“ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้เป็น”
การอ่านหนังสือให้เป็นไม่ใช่เพียงแต่อ่านออก แต่ต้องอ่านแล้วได้รับประโยชน์จากการอ่าน เรามาดูวิธีการอ่านแบบได้รับประโยชน์มีอยู่ 7 ขั้นตอน คือ
1. มีสมองไว้คิด ( ควรคิด )
คือ ปัจจัยเบื้องต้นของการเข้าใจ การอ่านโดยไม่คิดเท่ากับเสียเวลา เพราะหากไม่เข้าใจก็ย่อมไม่ได้ความรู้ความคิดหรือข้อมูลไปทำอะไรได้
2. ทำจิตใจให้แจ่มใส
เตรียมพร้อมสำหรับการอ่าน สร้างบรรยากาศภายนอกและภายในจิตใจให้พร้อม
3. สนใจอ่านหนังสือ
อ่านหนังสือทุกประเภท ตามหลักจิตวิทยานั้นเราจะสนใจอะไรก็ต่อเมื่อคาดหวังผลตอบแทนทางกายหรือทางใจโดยไม่ต้องรอนานเกินไป สำหรับการอ่านหนังสือให้ถามตัวเองว่าต้องการอะไรเป็นรางวัลในการอ่านแต่ละครั้ง แล้วสัญญากับตัวเองเพื่อจะได้ลงมืออ่านจนสำเร็จ ไม่ว่าสิ่งที่อ่านจะยากเพียงใดก็พยายามทำความเข้าใจไปตลอดด้วยวิธีการต่างๆ
4. อย่าถือ “ Dictionary หรือพจนานุกรม” เป็นคัมภีร์
อย่าเปิดหาคำศัพท์ตัวต่อตัวติดต่อกัน ให้อ่านข้อความให้จบเสียก่อนอย่างน้อยหนึ่งย่อหน้าหรือหนึ่งข้อความหากคำที่ต้องการแปลมีหลายความหมาย ให้เลือกคำแปลที่ตรงกับแนวเรื่องที่อ่าน
5. อย่าอ่านเป็นคำๆ
การอ่านแบบรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต้องอ่านแบบกวาดสายตาหรืออ่านเป็นข้อความ คือจะหยุดสายตาก็ต่อเมื่อได้รับความหมายจากการอ่านข้อความช่วงหนึ่งๆ จำไว้ว่าการอ่านต้องให้ได้สาระจากการอ่าน อย่าอ่านเพื่อให้ได้จดจำเพียงอย่างเดียว
6. ฝึกการจำย่อความ
จำข้อความที่สั้นที่สุดแต่ครอบคลุมเนื้อหาสาระให้ได้มากที่สุด
7. รู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
หากอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจอย่าปล่อยผ่านไป ควรขอคำแนะนำจากผู้รู้ในเรื่องที่สงสัย เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้อย่างถูกต้อง
การอ่านหนังสือให้เป็นไม่ใช่เพียงแต่อ่านออก แต่ต้องอ่านแล้วได้รับประโยชน์จากการอ่าน เรามาดูวิธีการอ่านแบบได้รับประโยชน์มีอยู่ 7 ขั้นตอน คือ
1. มีสมองไว้คิด ( ควรคิด )
คือ ปัจจัยเบื้องต้นของการเข้าใจ การอ่านโดยไม่คิดเท่ากับเสียเวลา เพราะหากไม่เข้าใจก็ย่อมไม่ได้ความรู้ความคิดหรือข้อมูลไปทำอะไรได้
2. ทำจิตใจให้แจ่มใส
เตรียมพร้อมสำหรับการอ่าน สร้างบรรยากาศภายนอกและภายในจิตใจให้พร้อม
3. สนใจอ่านหนังสือ
อ่านหนังสือทุกประเภท ตามหลักจิตวิทยานั้นเราจะสนใจอะไรก็ต่อเมื่อคาดหวังผลตอบแทนทางกายหรือทางใจโดยไม่ต้องรอนานเกินไป สำหรับการอ่านหนังสือให้ถามตัวเองว่าต้องการอะไรเป็นรางวัลในการอ่านแต่ละครั้ง แล้วสัญญากับตัวเองเพื่อจะได้ลงมืออ่านจนสำเร็จ ไม่ว่าสิ่งที่อ่านจะยากเพียงใดก็พยายามทำความเข้าใจไปตลอดด้วยวิธีการต่างๆ
4. อย่าถือ “ Dictionary หรือพจนานุกรม” เป็นคัมภีร์
อย่าเปิดหาคำศัพท์ตัวต่อตัวติดต่อกัน ให้อ่านข้อความให้จบเสียก่อนอย่างน้อยหนึ่งย่อหน้าหรือหนึ่งข้อความหากคำที่ต้องการแปลมีหลายความหมาย ให้เลือกคำแปลที่ตรงกับแนวเรื่องที่อ่าน
5. อย่าอ่านเป็นคำๆ
การอ่านแบบรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต้องอ่านแบบกวาดสายตาหรืออ่านเป็นข้อความ คือจะหยุดสายตาก็ต่อเมื่อได้รับความหมายจากการอ่านข้อความช่วงหนึ่งๆ จำไว้ว่าการอ่านต้องให้ได้สาระจากการอ่าน อย่าอ่านเพื่อให้ได้จดจำเพียงอย่างเดียว
6. ฝึกการจำย่อความ
จำข้อความที่สั้นที่สุดแต่ครอบคลุมเนื้อหาสาระให้ได้มากที่สุด
7. รู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
หากอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจอย่าปล่อยผ่านไป ควรขอคำแนะนำจากผู้รู้ในเรื่องที่สงสัย เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้อย่างถูกต้อง
อ่านแล้วการพูดจะดีขึ้นจริงๆป่ะ
ตอบลบวิชาการมาก
ตอบลบหลายเรื่องดีนะ
ตอบลบเตรียมไว้
ตอบลบชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอบลบข้อความทุกๆๆ อย่ากมากเลย
มีสาระ (แน) ดี
เนิ้อหาสาระดีมากกกกกก
ตอบลบอืมมมมมมมมมมพอดีบ้านอยุ่เมืองนอกอ่ะค่ะ
ตอบลบ